| |
|
|
วันที่ 1 กันยายน 2553 ... แก้ไขล่าสุด 9 กุมภาพันธ์ 2554 ( By SJC Inter Studies ) |
|
| |
|
แชร์ประสบการณ์ สัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา โดย พี่ก้อย SJC |
|
| |
|
|
|
|
| |
|
|
|
|
| |
|
เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2010
. พี่ก้อยมีโอกาสไปสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกามา เลยอยากแชร์ประสบการณ์โดยตรงให้กับน้องๆทราบค่ะ เป็นการสัมภาษณ์ด้วยตนเองเป็นครั้งแรก แต่จริงๆแล้วเคยได้วีซ่าท่องเที่ยวของอเมริกามาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรก ได้เพราะไปท่องเที่ยวจริงๆ โน้นแนะ ตั้งแต่สมัยเด็กๆ ครั้งที่สองได้วีซ่าก็เพราะไปเรียนสมัยที่เรียนปริญญาโท หลักสูตรนานาชาติของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ค่ะ ไปเรียนวิชา Business Policy เป็นเวลา 1 เดือน ที่ Claremont University, California เวลาก็ผ่านไปจนวีซ่าหมดอายุเมื่อ มีนาคม 2010...จึงต้องไปขอวีซ่าใหม่อีกวันนี้ ซึ่งได้ประสบการณ์ดีๆ มาแนะนำและเล่าสู่กันฟังค่ะ
พี่มีนัดสัมภาณ์เวลา 7:15AM ตื่นแต่ตี 4 ครึ่ง กลัวไปไม่ทันค่ะ ไปถึงหน้าสถานฑูตอเมริกา 6:30AM ก็ยืนเข้าแถวกันยาวเลยค่ะ ซึ่งทุกคนก็ได้เวลานัดหมายเวลาเดียวกัน ดูแล้วน่าจะเกิน 50 คน ส่วนคนที่ได้เวลานัดหมายอื่นก็ต้องยืนรออีกแถวนะค่ะ จากนั้น เจ้าหน้าที่ก็ค่อยๆให้ทะยอยเข้าไปทีละ 5-7 คนได้ |
|
| |
|
|
|
| |
|
ด่านแรก... พี่รักษาความปลอดภัยของสถานฑูตเค๊าจะตรวจกระเป๋าเราก่อน ถ้าเรามีพวกกุญแจที่เป็นรีโมท, Flat Drive และมือถือ เราต้องฝากพี่เค๊าไว้ข้างหน้าด่านนี้ก่อนค่ะ จากนั้นก็มีการสแกนกระเป๋า และเราก็ต้องเดินผ่านเครื่องตรวจจับโลหะ (X-Ray Machine) แล้วก็ได้ผ่านเข้าไปโดยดี ผ่านด่านแรกแล้ว เราก็เจอ
|
|
| |
|
|
|
| |
|
ด่านที่สอง... เราก็ต้องไปเข้าแถวรอ เพื่อให้น้องเจ้าหน้าที่เด็กๆ 2-3 คน(ใจดีและน่ารักมากค่ะ) ตรวจสอบเอกสารที่จะนำเข้าไปให้เจ้าหน้าที่ที่ด่านถัดไป น้องเจ้าหน้าที่ตรงด่านที่สองนี้เค๊าจะดูหนังสือเดินทางของเรา... (หากเคยมีวีซ่าอเมริกาในเล่มเก่า ก็ควรที่จะนำไปให้เค๊าดูด้วยนะค่ะ) เจ้าหน้าที่จะดูว่าเราซื้อค่าวีซ่ามาหรือยัง และจะคัดเอกสารที่จำเป็น เช่น แบบฟร์อม DS-160, จดหมายเชิญ (หากมี), I-20 จากโรงเรียน ...แค่นี้ เท่านั้น จริงๆ...ไอ้ที่เตรียมไปพวก สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก หนังสือรับรองการทำงาน โฉนดที่ดินและอื่นๆที่เตรียมการขนไปนั้น เค๊าไม่ได้ดูเลย เรียกว่าแทบจะไม่แตะ ก็ งงๆๆ อยู่เหมือนกัน อุตส่าห์ตั้งใจเตรียมมาอวดสะเยอะแยะหลายสิ่ง หลายอย่าง จากนั้นก็ไปเจอ...
|
|
| |
|
|
|
| |
|
ด่านที่สาม... เข้าแถวรออีก ที่ช่อง 11 และ ช่อง 12 รอการตรวจเอกสารโดยเฉพาะแบบฟอร์ม DS-160 ว่ากรอกมาถูกต้องหรือป่าว รูปใช้ได้มั๊ย บางคนรูปใช้ไม่ได้เค๊าก็จะขอรูปใหม่ตรงช่องนี้เลย เจ้าหน้าที่เค๊าจะถามทุกคนนะว่ากรอกแบบฟอร์มเองหรือป่าว มีคุณป้าอยู่คนหนึ่งมายื่นวีซ่าท่องเที่ยวเหมือนกัน แกคงให้ เอเจ้นท์กรอกฟอร์มให้แล้วกรอกผิด ก็ได้รับการแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างดี ดังนั้นแนะนำว่าเวลาให้คนอื่นกรอกฟร์อมให้ เราควรที่จะรู้ทุกคำถามและทุกคำตอบด้วยนะค่ะ ตรงด่านนี้ เค๊าจะตรวจทานสิ่งที่เรากรอกและถามคำถามเป็นภาษาไทยบ้างเล็กน้อง อย่างพี่ โดนถามเลยนะว่า มีใครอยู่ที่นั้นหรอ ทั้งๆที่ในแบบฟร์อมไม่มีคำถามนี้ ซึ่งน้องชายพี่อยู่ที่อเมริกา นามสกุลสะกดเหมือนกัน เจ้าหน้าที่เค๊าคีย์ไปก็จะรู้ทันทีค่ะ เราก็ตอบไปตามความจริง เมื่อเจ้าหน้าที่เค๊าตรวจข้อความในแบบ DS-160 เรียบร้อยแล้ว เค๊าก็จะให้เราทำการสแกนลอยนิ้วมือ โดยเริ่มจาก 4 นิ้วมือซ้าย 4 นิ้วมือขวา และต่อด้วย สองนิ้วโป้งซ้ายขวา พร้อมกัน เป็นอันว่าเรียบร้อย และก็ต้องไปนั่งรอเรียกคิวเชือดหล่ะทีนี้ โดยเจ้าหน้าที่กงศุลจะเป็นคนสัมภาษณ์ |
|
| |
|
|
|
| |
|
ด่านที่สี่... จะเป็นการสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่กงศุล ดูแล้วจะเป็นช่องที่ 9, 10 และ 11 ค่ะ ของพี่เคยได้วีซ่าอเมริกามาก่อนแล้ว คิวจะขึ้นต้นด้วยเลข 9 จะถูกเรียกทีละ 10 คน เป็นช่องด่วน คือช่องหมายเลข 11 วันนี้เป็นกงศุลผู้ชาย เป็นคนต่างชาตินะ ซึ่งทุกคนพูดภาษาไทยได้หมด พี่ถูกถามไม่กี่คำถามนะ
คำถามแรก : When is your last time to USA
พี่ก็บอกว่า : Last December
คำถามที่สอง : เจ้าหน้าที่ถามทำนองว่าคุณไปทำอะไร
พี่ก็บอกว่า : To visit school in USA. My job is about Overseas Education. I have to visit schools and our students in abroad.
คำถามที่สาม : Who is your supporter?
พี่ก็ตอบว่า : Myself
จากนั้นเค๊าก็ให้พี่สแกนนิ้วชี้ซ้ายอีกครั้ง เป็นอันว่าเรียบร้อย ถามแค่สามคำถามเท่านั้น และเจ้าหน้าที่ก็ให้เราออกไปจ่ายเงิน 75 บาทที่ทำการไปรษณีย์ที่ตั้งอยู่ด้านข้าง ภายในสถานฑูต ซึ่งเค๊าจะจัดส่งหนังสือเดินทางของเรากลับมาให้ตามที่อยู่ที่เราจ่าหน้าซองค่ะ และวันถัดไป (23 ธันวาคม 2010) หนังสือเดินทางก็ถูกนำส่งมาที่บ้านพี่เรียบร้อยแล้ว และพี่ก็ได้วีซ่าท่องเที่ยวเป็นเวลา 10 ปี
|
|
| |
|
|
|
| |
|
สำหรับน้องสาวพี่ที่ไปด้วยกัน ก็ยื่นวีซ่าท่องเที่ยวเหมือนกันแต่น้องสาวพี่ยื่นครั้งแรก เค๊าเจอสัมภาษณ์ที่ ช่อง 10 ค่ะ เป็นเจ้าหน้าที่กงศุลผู้หญิง ถามเสียงดังมาก ดูเหมือนดุนะ แต่ถ้าเราตอบคำถามเค๊าได้อย่างละเอียดและเป็นความจริง เค๊าก็ให้วีซ่านะ เท่าที่พี่เห็นวันนี้ไม่มีใครโดนปฏิเสธวีซ่าสักคนค่ะ ช่างโชคดีกันทั้งนั้น |
|
| |
|
|
|
| |
|
ข้อแนะนำ:
- ถ้าพูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย ควรตอบเป็นภาษาอังกฤษก็น่าจะดีกว่านะค่ะ ขอเพียงมีความมั่นใจและมีสติเวลาตอบคำถามเจ้าหน้าที่กงศุล พี่เชื่อว่าน้องๆจะได้วีซ่าทุกคนค่ะ ไม่ว่าจะเป็นวีซ่านักเรียน หรือ วีซ่าไปดูงาน หรือ วีซ่าท่องเที่ยว ก็ตาม
- แม้ว่าเจ้าหน้าที่เค๊าไม่ดูเอกสารเช่น สมุดบัญชีเงินฝาก โฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทำงาน และอื่นๆ ของเราก็ตาม เราก็ควรเตรียมจัดไปให้ครบและให้เรียบร้อยไว้ก่อน อย่าประมาท
- แต่งตัวให้สุภาพไว้ก่อน ก็น่าจะมีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะพี่เห็นบางคนแต่งตัวไม่สุภาพเลยค่ะ เราน่าจะให้เกียรติสถานที่นะค่ะ
- เจ้าหน้าที่สถานฑุตเค๊าดูใจดีกันทุกคนนะค่ะ อย่ากังวล และ กลัวเค๊ามากเกินไปค่ะ พี่เชื่อว่าน้องๆทุกคนจะได้ไปเที่ยว และ เรียนที่สหรัฐอเมริกาได้อย่างแน่นอนค่ะ
|
|
| |
|
|
|
| |
|
+++++ หากมีคำถาม พี่ก้อย ยินดีให้คำแนะนำและปรีกษา ฟรี!! +++++
สามารถอีเมล์มาคุยกับพี่ก้อยได้ที่ info@sis.co.th ค่ะ |
|
| |
|
|
|
| |
|
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - |
|
| |
|
|
|
| |
|
|
|
|
| |
|
แชร์ประสบการณ์สัมภาษณ์ "วีซ่านักเรียน" ของ น้องอุ้ม |
|
| |
|
|
|
|
| |
|
|
|
|
| |
|
อุ้มทำเรื่องสมัครเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษ เป็นเวลา 1 ปี กับสถาบัน ELS San Francisco โดยใช้บริการกับ ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ เอสเจซี อินเตอร์ สทัดดี ค่ะ พี่ๆ น่ารักมาก ช่วยฝึกซ้อมสัมภาษณ์ให้อุ้มก่อนไปสัมภาษณ์วีซ่าอยู่หลายครั้งเลยค่ะ อุ้มมีนัดสัมภาษณ์เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2011 เวลานัด 7.45 น. อุ้มมาถึงสถานฑูตก่อนเวลานัดหมาย 1 ชั่วโมงค่ะ มาถึงหน้าสถานฑูตเวลา 6.30 น. (*O*) |
|
| |
|
|
|
| |
|
ระหว่างที่รอเข้าแถวตามที่นัดหมาย จะมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจเอกสาร พนักงานจะขอใบที่มี Barcode ค่ะ (น่าจะเป็นฟอร์ม DS-160) แล้วเขียน ยึกยือยึกยือ บนหัวกระดาษ ไม่ต้องสนใจ มันเป็นความหมายที่เราไม่เข้าใจคะ 555 จากนั้นเค้าก็คืนให้เรา
เจ้าหน้าที่เค๊าจะให้เราปิดมือถือ และเตรียมของเพื่อนำไปฝากไว้พี่ Secure ด้านใน พี่ Secure จะให้ใบสีฟ้าๆ มา (ใบนี้เราจะถือเข้าไปกรอกด้านในระหว่างรอต่อแถวคะ) ** เตรียมปากกาไปด้วยนะคะ จะได้ไม่ต้องไปยืมคนอื่น ^.^
ใบสีฟ้าเป็นใบที่ถ้าหากสัมภาษณ์ผ่าน เค้าจะจัดส่งหนังสือเดินทางของเรากลับมาให้ตามที่อยู่ที่กรอกในใบสีฟ้าคะ ยื่นเอกสารที่เตรียมมา และใบสีฟ้าให้กับเค้า O-(*_*)=l===>
|
|
| |
|
|
|
| |
|
หลังจากนั้นเค้าจะให้เข้าไปในห้องแล้วต่อคิว เพื่อพิมลายนิ้วมือ ตรวจเช็คเอกสาร และจะมีการสอบถามข้อมูลนิดหน่อย <(-'.'-)> เพื่อเช็คว่าที่กรอกข้อมูลมาตรงกับความเป็นจริงรึป่าว (เค้าถามอุ้มว่าจะสัมภาษณ์เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ) **ตอบอย่างมั่นใจไปเลยคะว่าอังกฤษ เพราะเราเตรียมมาแล้ว อิอิ
จากนั้นเค้าจะให้บัตรคิวมาเพื่อรอเรียกสัมภาษณ์อีกรอบกับเจ้าหน้าที่กงศุล ** (>.<) //.... อย่าลืมสวัสดีด้วยนะคะเวลาเข้าช่องแต่ละช่อง...ทำหน้ายิ้มๆ *^_^* และก็ตอบให้ชัดเจน ออกแนวว่า CHAN-MUN-JAI (ฉันมั่นใจ) อยากถามอะไรก็ถามม๊ะ555 ((# ใจเต้นตุ๊บตุ๊บตุ๊บ#))
|
|
| |
|
|
|
| |
|
ด่านสุดท้าย : ถึงคิวเรียก (อย่าลืมสวัสดีนะคะ) เจ้าหน้าที่กงศุลก็จะสัมภาษณ์ ต่างคนต่างสไตล์ค่ะ อุ้มโดนฝรั่งสัมภาษณ์ แนะนำว่าอย่าสัมภาษณ์เป็นภาษาไทยนะคะ เพราะว่าเค้าพูดฟังยากกว่าภาษาอังกฤษอีก ( ํ_ ํ ?) เห่อๆๆๆ
สำหรับคำถามนะคะเค้าถามว่า...สบายดีมั้ย ไปทำ อะไรที่อเมริกา ไปนานแค่ไหน เรียนจบ
มานานรึยัง จบเมื่อไหร่ รับปริญญาหรือยัง รับเมื่อไหร่ จะไปวันไหน อยากไปนานแค่ไหน คิดว่ากลับมาแล้วจะทำ อะไร (กรณีนี้อุ้มตอบว่า จะมาต่อปริญญาโทที่เมืองไทย) เค้าเลยถามต่อว่า เรียนจบปริญญาโทแล้วจะทำอะไรต่อ
จากนั้นก็จะถามเกี่ยวกับผู้สนับสนุนทางการเงิน ผู้สนับสนุนทำงานอะไร คิดว่าได้ประโยชน์อะไรจากการไปเรียนครั้งนี้ ทำไมถึงเลือกไปเรียนอเมริกา มีคนรู้จักที่นู้นมั้ย เคยไปเมืองนอกมารึป่าว (ถ้าเคยไปก็บอกด้วยนะคะว่าเคยไปที่ไหนมามาบ้าง) **หนังสือเดินทางเล่มเก่าเอาไปด้วยนะคะ ถ้าเกิดว่ามีประวัติการเดินทางในเล่มเก่าเค้าจะขอดูด้วยอะคะ สำหรับการสัมภาษณ์ ถ้าผ่านเค้าจะให้ใบสีฟ้ากลับคืนมา แล้วก็เอาหนังสือเดินทางของเราไป |
|
| |
|
|
|
| |
|
ต่อจากนั้น...เราก็เอาใบสีฟ้า เดินออกไปหย่อนที่ตู้ไปรษณีย์ขวามือตรงทางเดินออก ชำระค่าซอง (แอบจำ ราคาไม่ได้อะค่ะแต่ไม่เป็นไรมันมีป้ายแปะบอกค่ะ) แล้วเค้าจะให้ซองมาเราก็เขียนที่อยู่อีกรอบที่ซองคะ จากนั้นก็ยื่นให้เค้าเร้ยยยยย
เสร็จแล้ว ก็กลับบ้านได้คะ อย่าลืมเอาของที่ฝากกลับบ้านด้วยนะคะ อ้อ!! สำหรับคนที่บน(สิ่งศักดิสิทธิ์)ว่าขอให้ผ่าน อย่าลืมไปแก้บนด้วยนะคะ ....... อิอิ ........ และแล้วอุ้มก็ได้หนังสือเดินทางกลับมา พร้อมกับวีซ่านักเรียนเป็นเวลา 5 ปีค่ะ อุ้มหวังว่าประสบการณ์สัมภาษณ์วีซ่าของอุ้มนี้จะช่วยไกค์ให้เพื่อนๆเกิดความมั่นใจขึ้นเวลาไปยื่นขอวีซ่าอเมริกานะค่ะ
หากมีคำถาม มีข้อสงสัย หรือต้องการทราบขั้นตอนต่างๆ พี่ก้อย แนะนำได้อย่างดีมากๆเลยค่ะ พี่ก้อยสอนอุ้มและให้คำแนะนำอุ้มทุกขั้นตอนอย่างละเอียด (แถมแอบกดดันอุ้มเล็กน้อย) แต่ก็ดีค่ะ ทำให้อุ้มมีความมั่นใจและกล้าที่จะเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่เวลาถูกสัมภาษณ์ค่ะ...แล้วเจอกันที่อเมริกานะค่ะ |
|
| |
|
|
|
| |
|
+++++ หากมีคำถาม พี่ก้อย ยินดีให้คำแนะนำและปรีกษา ฟรี!! +++++
สามารถอีเมล์มาคุยกับพี่ก้อยได้ที่ info@sis.co.th ค่ะ |
|
| |
|
|
|
| |
|
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - |
|
| |
|
|
|
| |
|
- หลักฐานเพื่อใช้ในการขอวีซ่านักเรียนประเทศอเมริกา - |
|
| |
|
|
|
|
| |
|
1. |
แบบฟอร์มขอวีซ่า DS-160 |
|
| |
|
2. |
I-20 ซึ่งออกโดยสถาบันการศึกษา |
|
| |
|
3. |
หนังสือเดินทาง |
|
| |
|
4. |
รูปถ่ายขนาด 50 mm * 50 mm (เท่ากับ 5 * 5 ซม.) จำนวน 2 ใบ พื้นหลังต้องสีขาวเท่านั้น ห้ามมีขอบ ถ่ายมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน และควรเห็นใบหูด้วย สัดส่วนใบหน้าต้องเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ของรูปถ่าย |
|
| |
|
|
ตัวอย่างรูปถ่ายที่ถูกต้อง : |
 |
|
| |
|
|
|
|
| |
|
5. |
สำเนาบัตรประชาชน จำนวน 2 ใบ (เซ็นรับรองสำเนาถูกต้องด้วย) |
|
| |
|
6. |
สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 2 ใบ (เซ็นรับรองสำเนาถูกต้องด้วย) |
|
| |
|
7. |
หลักฐานการศึกษา ตัวจริง ตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษา มหาวิทยาลัย ตามลำดับ โดยหลักฐานการศึกษานี้ต้องระบุ ชื่อของสถาบัน ที่อยู่ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ อย่างชัดเจน (พร้อมสำเนา เซ็นรับรองสำเนาถูกต้องด้วย) |
|
| |
|
8. |
รายชื่อของบุคคลในครอบครัวทุกคน ที่อยู่ที่ติดต่อได้ เบอร์โทรศัพท์ และอีเมล์ |
|
| |
|
9. |
รายชื่อบุคคลที่อ้างถึง Reference อย่างน้อย 2 คน พร้อมที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และ อีเมล์ (บุคคลอ้างอิงนี้ไว้เพื่อสามารถสอบถามประวัติของผู้สมัครได้) |
|
| |
|
10. |
หลักฐานการทำงาน ต้องระบุ วันเริ่มงาน เงินเดือน ตำแหน่ง (กรณีที่เคยทำงานมาก่อน) เป็นภาษาอังกฤษ โดยจะต้องมีหลักฐานตั้งแต่เรียนจบ |
|
| |
|
|
|
|
| |
|
|
หลักฐานของผู้สนับสนุนทางการเงิน |
|
| |
|
|
|
|
| |
|
11. |
สำเนาบัตรประชาชน ของผู้สนับสนุนทางการเงิน |
|
| |
|
12. |
สำเนาทะเบียนบ้าน ของผู้สนับสนุนทางการเงิน |
|
| |
|
13. |
หลักฐานการทำงานของผู้สนับสนุนทางการเงิน ต้องระบุ รายได้ต่อปี เงินเดือน ตำแหน่ง วันเริ่มงานในหนังสือรับรองการทำงานด้วย กรณีที่เป็นเจ้าของกิจการ/บริษัท/ห้างร้าน จะต้องมีหนังสือรับรองบริษัท หรือ หลักฐานการจดทะเบียน (หนังสือรับรองบริษัทจะต้องมีอายุไม่เกิน 6 เดือน) |
|
| |
|
14. |
หนังสือรับรองสถานภาพทางการเงินซึ่งออกโดยธนาคาร ว่าผู้สนับสนุนมีเงินฝากในบัญชีเป็นเงินสหรัฐจำนวนเท่าไหร่ (Bank Guarantee) |
|
| |
|
15. |
สมุดเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน โดยต้องให้ธนาคารรับรองสำเนาด้วย พร้อมตัวจริง |
|
| |
|
16. |
จดหมายรับรองจากผู้ให้การสนับสนุนทางการเงินโดยต้องมีลายเซ็นต์ผู้สนับสนุน
กรณีที่ผู้สนับสนุนไม่ใช่บิดาหรือมารดา ต้องนำสำเนาทะเบียนบ้านแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้สนับสนุนกับนักเรียนมาด้วย
เช่น คุณอา เป็นผู้สนับสนุนทางการเงิน ต้องนำสำเนาทะเบียนบ้านของคุณอาและคุณพ่อมาด้วย
หรือ คุณน้า เป็นผู้สนับสนุนทางการเงิน ต้องนำสำเนาทะเบียนบ้านของคุณน้าและคุณแม่มาด้วย
หรือ พี่ เป็นผู้สนับสนุนทางการเงิน ต้องนำสำเนาทะเบียนบ้านของพี่มาด้วย |
|
| |
|
17. |
ใบเรียน ร.ด. (กรณีที่เคยเรียน) |
|
| |
|
18. |
ค่าธรรมเนียมวีซ่า 4,200 บาท ค่า Pin จองวันนัดสัมภาษณ์ 360 บาท |
|
| |
|
|
|
|
| |
|
|
|
|
| |
|
|
@@@ SJC Inter Studies สามารถขอเอกสารเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้แล้วแต่กรณี @@@ |
|
| |
|
|
|
|